อบรมอาสาสมัครตำรวจน้ำช่วยเหลือนักท่องเที่ยวทางน้ำและทางทะเล

28 กันยายน 2560

นายวัฒน เริงสมุทร นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ร่วมเป็นวิทยาร และมอบประกาศนียบัตร โครงการอบรมอาสาสมัครตำรวจน้ำช่วยเหลือนักท่องเที่ยวทางน้ำและทางทะเล

อย่างที่ทราบกันว่า ในปัจจุบันจังหวัดกระบี่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศเดินทางมาเยือนอยู่ในลำดับต้นๆของเมืองไทย ดังนั้นการสร้างบุคคลากรที่มีความรู้ความสามารถในการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวหากเกิดกรณีฉุกเฉินเพื่อลดการสูญเสีย จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับการอบรมในครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-28 กันยายน 2560 ณ จังหวัดกระบี่ โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่าน อาทิ ร.ต.ท.ศิริโรจน์ ชุมศรี รอง สว.ส.รน.1 กก.9 บก.รน. บรรยายหัวข้อ หน้าที่และความสำคัญของอาสาสมัครช่วยเหลือนักท่องเที่ยว วิทยากรจาก ส.ทท.3 กก.2 บก.ทท.3บช.ทท. บรรยายหัวข้อ ภารกิจหลักในการดูแลและรักษาความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว ร.ต.ท.ระวิ เพชรปาน บรรยายหัวข้อ อุปกรณ์และวิธีช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล และขั้นตอนการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวบนเรือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่จากอ่าวนางเมดิคอลคลินิค บรรยายและสาธิตขั้นตอนปฎิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ CPR (วิธีการปั้มหัวใจ) เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่5 สาขากระบี่ บรรยายในหัวข้อ กฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคงหรือความสงบเรียบร้อยทางทะเล และนายวัฒน เริงงสมุทร นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ บรรยายหัวข้อ ดูแลนักท่องเที่ยวอย่างไรให้เกิดความประทับใจ

 

Advertisements

ห้ามบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก

สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ มีหนังสือแจ้งเวียนการห้ามบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก ที่เป็นพื้นที่บริเวณเขตห้าม เขตจำกัด และเขตอันตราย ตามมาตรา 24 ของ พรบ.การเดินอากาศ พ.ศ.2497 และประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่องหลักเกณฑ์การขออนุญาตและเงื่อนไขในการบังคับหรือปล่อยอากาศยานที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย มีบทลงโทษตาม พ.ร.บ.การเดินอากาศ พ.ศ.2497 มาตรา79 โดยให้ถือปฎิบัติ

 

กระบี่ขอเชิญพสกนิกรทุกหมู่เหล่า น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ร่วมพิธีบวงสรวงการก่อสร้าง พระเมรุมาศจำลองฯ

ขอเชิญพสกนิกรทุกหมู่เหล่า น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ร่วมพิธีบวงสรวงการก่อสร้าง พระเมรุมาศจำลอง สำหรับประกอบพิธีถวายดอกไม้จันทร์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 18 กันยายน 2560 เวลา 08.30 น. ณ บริเวณสวนสาธารณะธารา ริมแม่น้ำกระบี่ จังหวัดกระบี่ี

ยกเลิก กรอก ‘ใบตม.6’ สำหรับคนสัญชาติไทย

เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 60 พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. แถลงความพร้อมการยกเลิกบัตร ตม.6 สำหรับคนไทย

จากเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2560 พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงผลการประชุมคณะรักษาความสงบแห่งสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า ที่ประชุมคสช.มีมติเห็นชอบออกอำนาจตามมาตรา44แก้ปัญหาความล่าช้าในการผ่านเข้าเมืองและอำนวยความสะดวกให้กับบุคคลสัญชาติไทย โดยไม่ต้องกรอกแบบรายการบุคคลซึ่งเดินทางเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรไทย (ใบ ตม.6) ทั้งนี้ รัฐบาลมั่นใจในฐานข้อมูลฐทะเบียนราษฎร์ที่หน่วยงานราชการมีข้อมูลดังกล่าวชัดเจนอยู่แล้ว จึงไม่กังวลเรื่องการรักษาความปลอดภัยโดยเฉพาะบุคคลที่มีสัญชาติไทยพล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้คนต่างด้าวยังต้องกรอกข้อมูลในใบตม. 6เช่นเดิมเพียงแต่จะมีการปรับรูปแบบ โดยลดข้อมูลบางประเภทลง ขณะเดียวกันจะเพิ่มข้อมูลบางประเภทที่ต้องกรอก ซึ่งครม.ให้ใช้ใบตม.รูปแบบเดิมจนหมดก่อน จากนั้นค่อยเปลี่ยนไปใช้ใบตม.รูปแบบใหม่สำหรับคนต่างด้าว โดย พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าวว่า ตามคำสั่ง คสช.ที่ 42/2560 แก้ไขพ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ มาตรา 18 ให้ยกเลิกการใช้บัตร ตม.6 สำหรับคนไทย ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง สตม., การท่าอากาศยาน และสายการบินต่างๆ มีความพร้อมที่จะการดำเนินการในทันที โดยจะยกเลิกการใช้บัตร ตม.6 สำหรับคนไทย ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.60 เป็นต้นไป ทั้งด่านทางบก, ด่านทางอากาศและด่านทางน้ำ ทุกด่านพร้อมกันทั่วประเทศ ซึ่งจะทำให้ผู้เดินทางได้รับความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ลดความคับคั่งของผู้โดยสารที่รอรับการตรวจของ ตม.ได้เป็นอย่างดี ในส่วนของชาวต่างชาติ สตม. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปรับเปลี่ยนรูปแบบของ บัตรตม.6 ให้ความเหมาะสมมากขึ้น โดยจะเริ่มใช้บัตร ตม.6 แบบใหม่ เมื่อบัตร ตม.6 แบบเดิมหมดลง การยกเลิกบัตร ตม.6 สำหรับคนไทย และการปรับเปลี่ยนรูปแบบบัตร ตม.6 สำหรับชาวต่างชาติ จะทำให้การบริการผู้โดยสารมีประสิทธิภาพมากขึ้น

S__5701671

อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ร่วมโครงการอาสาสมัครเพื่อการท่องเที่ยว “เจ้าบ้านที่ดี”

14-15 กันยายน 2560

นายวิชิต ยะลา และนายนันทพัทธ์ ฮ่อบุตร อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ร่วมโครงการอาสาสมัครเพื่อการท่องเที่ยว “เจ้าบ้านที่ดี” งานดังกล่าวจัดขึ้นโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยวจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และท้องถิ่น ทั่วประเทศ รวม ๕ ภูมิภาค โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือของบุคลากรด้านการท่องเที่ยว และส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงบทบาทและความสำคัญของการเป็นเจ้าบ้านที่ดี อันส่งผลให้ประเทศไทยยังคงความเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม (Preferred Destination) อย่างยั่งยืน ซึ่งภูมิภาค ภาคใต้กำหนดจัดอบรมขึ้น ระหว่างวันที่ ๑๓-๑๔ กันยายน ๒๕๖๐ ณ โรงแรมหรรษา เจบี หาดใหญ่. จังหวัด สงขลา

1

Understanding Y

จากผลการวิจัยด้านตลาดท่องเที่ยวของ ททท.ร่วมกับ บริษัท แบรนด์ เมทริกซ์ รีเสิร์ช จำกัด เกี่ยวกับรูปแบบพฤติกรรมและปัจจัยด้านจิตวิทยาในการเดินทางท่องเที่ยวชาวไทยรุ่นใหม่ ช่วงอายุ 18-35 ปี ได้จัดกลุ่มจำแนกตามลักษณะเฉพาะของความสนใจ กิจกรรม ความคิดเห็น เป็น 7 กลุ่ม ทั้ง 7 กลุ่ม มีพฤติกรรมแบบไหนกันบ้าง ไปดูกันคะ

1. The Contriver / Planner มีขนาดตลาด 1 ล้านคน (11.92%) ถือคติ วางแผน คือสิ่งแรกที่ต้องทำ มองหาประสบการณ์ในการท่องเที่ยวและการพักผ่อนคลายเครียด ศึกษาข้อมูลก่อนออกเดินเที่ยว มีเป้าหมายในชีวิตที่แน่วแน่

2. Everything Me มีขนาดตลาด 8.8 แสนคน (9.99%) ถือคติ Social Media คือสิ่งที่ฉันขาดไม่ได้ มองหาสถานที่ฮอตฮิต สินค้าดูแพง คำนึงถึงโปรโมชั่นเสมอเวลาท่องเที่ยว ทันกระแส

3. Think Different Be Different มีขนาดตลาด 7.7 แสนคน (8.91%) ถือคติ กล้าที่จะหลุดพ้นจากกรอบเดิมๆ ชอบความท้าทายและคิดนอกรอบ ชอบความท้าทายไม่ยึดติดกฎเกณฑ์เดิม การท่องเที่ยวเป็นการเติมสีสันให้ชีวิต

4. Dime a Dozen / Mainstream มีขนาดตลาด 2.5 ล้านคน (28.48%) ถือคติ หลงใหลเอกลักษณ์ของท้องถิ่นเป็นที่สุด ใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวมากกว่าสินค้าแบรนด์เนม ซึมซับวัฒนธรรมท้องถิ่นสนใจศาสนา และการทำบุญ รักสงบและรักสะอาด

5. Heart and Soul มีขนาดตลาด 8.5 แสนคน (8.41%) มีคติ พร้อมยืนหยัดเพื่อสิ่งที่ถูกต้องเสมอ กล้าแสดงออกในสิ่งที่ถูกต้อง ชอบศึกษาการใช้ชีวิตของท้องถิ่น คิดและไตรตรองในทุกสถานการณ์

6. Life Journal มีขาดตลาด 1.5 ล้านคน (17.36%) ถือคติ ต้องวางแผนอนาคตและไม่หยุดพัฒนาตนเอง มีตารางเวลาในการใช้ชีวิตชอบใช้เวลาอยู่กับตัวเอง

7. Happy Feet / Cherry on Top มีขนาตลาด 1.2 ล้านคน (13.40%) ถือคติ ความสุข คือครอบครัว ปาร์ตี้ และช้อปปิ้ง ชอบใช้เวลาพักผ่อนกับครอบครัว ใช้ชีวิต ลั้นลา มองหาความแปลกใหม่และพิถีพิถันในการเลือกที่ท่องเที่ยว

รัฐบาลประกาศอย่างยิ่งใหญ่ให้ปี 2561 เป็น “ปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน” ระดมความร่วมมือภาครัฐและเอกชนสร้างความสมดุลด้านการท่องเที่ยว

วันนี้ (8 กันยายน 2560) พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมเพื่อหาแนวทางความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชน ในการดำเนินโครงการปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน โดยมีนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และผู้บริหารจากหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมประชุม พร้อมแถลงข่าวโครงการ “ปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน : Amazing Thailand Year 2018” ณ อาคารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลไทยโดยคณะกรรมการนโยบายท่องเที่ยวแห่งชาติมีมติให้ปี 2561 เป็น “ปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน” หรือ “Amazing Thailand Tourism Year 2018” โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 – 1 มกราคม 2562 และจะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 โดยที่ประชุมในวันนี้ประกอบด้วยผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยว กลุ่มห้างสรรพสินค้า และกลุ่มสายการบิน เพื่อขอความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์ การใช้ตราสัญลักษณ์ การมอบสินค้าและบริการราคาพิเศษ อีกทั้งการเป็นเจ้าบ้านที่ดี ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยไมตรีจิต การดำรงวัฒนธรรมที่ดีงามและการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมให้สมบูรณ์

สำหรับสาระสำคัญในการส่งเสริม “ปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน” นั้น เป็นการเน้นย้ำให้การท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมที่เกื้อกูลเรื่องความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม จิตวิทยาและการต่างประเทศ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อนำประเทศไทยไปสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพที่เจริญเติบโตอย่างมีดุลยภาพบนพื้นฐานของความเป็นไทยโดยนำรายได้สู่ประชาชนทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ให้ประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพชั้นนำของโลกที่เติบโตอย่างแข็งแรง

ทั้งนี้รัฐบาลจะส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวที่มีศักยภาพและมีความพร้อมบนพื้นฐานของเอกลักษณ์ไทย ซึ่งสอดคล้องกับกระแสความต้องการของประชากรโลก อีกทั้งสอดรับกับเจตนารมย์ของ UNWTO มุ่งเน้นการเพิ่มสัดส่วนนักท่องเที่ยวคุณภาพ แต่ยังคงรักษาฐานนักท่องเที่ยวตลาดเดิม สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม สนับสนุนการท่องเที่ยวชุมชน โดยยกระดับและเพิ่มมูลค่าทางการท่องเที่ยวให้กับชุมชนทั่วประเทศ อันจะเป็นการวางรากฐานของเศรษฐกิจในภาพรวม เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชนตามนโยบายของรัฐบาล

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้จัด 15 กิจกรรม เพื่อส่งเสริมปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน ประกอบด้วย 7 กิจกรรมหลัก ได้แก่ การท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) การท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) การท่องเที่ยวทางน้ำ (Maritime Tourism) การท่องเที่ยวเพื่อการแต่งงานและการฮันนีมูน (Wedding & Honeymoon Tourism) การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพ (Medical and Wellness Tourism) การท่องเที่ยวโดยชุมชน (Community Based Tourism) การท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ (Leisure Destination) และ 8 กิจกรรมเสริม ได้แก่ การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ (Green Tourism) การท่องเที่ยวยามค่ำคืน (Night Tourism) การท่องเที่ยวในธุรกิจไมซ์ (MICE Tourism) การจัดงานแสดงสินค้า (Trade Fair) การจัดกิจกรรมการตลาดระหว่างธุรกิจกับธุรกิจที่ต่างประเทศ (B2B Marketing Activity Aboard) การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว (Logistics) การเป็นเจ้าบ้านที่ดี (Human Resource Development) และการจัดกิจกรรมเพื่อสานความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (Country Relationships)

โดยในปีนี้ประเทศไทยมีโอกาสในการเป็นเจ้าภาพงานระดับโลกมากมาย อาทิ การสวนสนามทางเรือนานาชาติ (The 50th Anniversary of ASEAN International Fleet Review 2017 : ASEAN IFR 2017) โดยกองทัพเรือจะเชิญกองทัพเรือจากประเทศสมาชิกอาเซียนและนอกอาเซียนรวมกว่า 30 ประเทศ จัดสวนสนามเรือรบที่ทันสมัยและมีสมรรถนะสูงกว่า 40 ลำ โดยเรียนเชิญนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ร่วมด้วยผู้บังคับบัญชาฝ่ายไทยและต่างประเทศ รวมทั้งผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องร่วมชมการสวนสนามทางเรือนานาชาติ โดยกำหนดจัดกิจกรรมขึ้นในวันที่ 18 พฤศจิกายน นี้ ณ บริเวณอ่าวพัทยา เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี

การแข่งขันการบิน “AIR RACE 1 THAILAND” ครั้งแรกในภูมิภาคเอเชีย การแข่งขันเครื่องบินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและได้รับความนิยมอย่างสูงจากผู้ชมทั่วโลก โดยมีนักกีฬาและผู้ติดตามชมการแข่งขันจากต่างประเทศเข้าร่วมชมเป็นจำนวนมากซึ่งจะทำให้เกิดผลดีต่อภาพลักษณ์ประเทศไทย ทั้งด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ โดยจัดขึ้นในวันที่ 19 – 20 พฤศจิกายนนี้ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง

การจัดแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโต จีพี ในปี 2561 – 2563 เป็นระยะเวลา 3 ปี ส่งผลให้ประเทศไทยเป็น 1 ใน 19 สนามแข่งขันทั่วโลก กำหนดจัดการแข่งขันในเดือนตุลาคมปี 2561 ณ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งปัจจุบัน Moto GP มีการติดตามชมกว่า 800 ล้านคน จาก 207 ประเทศทั่วโลก และคาดว่าจะมีผู้ชมการแข่งขันในประเทศไทยกว่า 2 แสนคน มีเงินหมุนเวียนกว่า 1 พันล้านบาท

งาน UNWTO World Forum on Gastronomy Tourism ครั้งที่ 4 เป็นความร่วมมือกันระหว่างรัฐบาลไทยและองค์การการท่องเที่ยวโลก จัดขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2561 โดยถือเป็นโอกาสในการเป็นเจ้าภาพในการจัดงานครั้งนี้ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น รวมถึงเป็นการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการนำรายได้เข้าสู่ประเทศไทย ในรูปแบบธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ร้านอาหาร โรงแรม แหล่งผลิตวัตถุดิบ ต่อไป

อย่างไรก็ดี นอกจากกิจกรรมระดับโลกดังกล่าวแล้ว รัฐบาลยังคงส่งเสริมกิจกรรมด้านวัฒนธรรม ประเพณีการละเล่นของท้องถิ่นต่างๆ ซึ่งมีเสน่ห์และเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน อาทิ เทศกาลลอยกระทง ตรุษจีน สงกรานต์ ประเพณีเชิงศาสนา อาทิ เข้าพรรษา ออกพรรษา ฮารีรายอ ซึ่งจัดขึ้นทั่วประเทศตลอดทั้งปี รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ที่มีความสวยงามตามฤดูกาล อีกด้วย

นอกจากนี้ ททท. ยังได้มีการจัดประกวดตราสัญลักษณ์ “ปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน” โดยมี ผู้ส่งผลงานเข้าประกวด 168 ชิ้นงาน ผ่านการคัดเลือก 7 ชิ้นงาน โดยรางวัลชนะเลิศเป็นของนายสุรัตนชัย ชื่นตา ซึ่งมีแนวคิดในการออกแบบตราสัญลักษณ์โดยรวมคล้ายกับเครื่องหมายอนันต์ (Infinity ∞ ) สื่อถึงปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน ที่นักท่องเที่ยวจะได้รู้สึกถึงความพิเศษที่ได้เดินทางมาและได้สัมผัสความเป็นไทยที่จะสร้างความสุข และความทรงจำอันน่าประทับใจอย่างไม่มีที่สิ้นสุด โดยผสมผสานสัญลักษณ์แบบไทย ได้แก่ ลายประจำยาม ช้าง และเรือสุพรรณหงส์ ซึ่งผลงานดังกล่าวจะเป็นตราสัญลักษณ์ที่ทุกหน่วยงานใช้ตลอดปี 2561 ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดการขอใช้ตราสัญลักษณ์ ได้ที่ 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย

ที่มา : http://tatnewsthai.org/detail.php?newsID=4624

ร่วมงาน China (Guangdong) International Tourism Industry Expo (CITIE) 2017

8-10 กันยายน 2560 นายวัฒน เริงสมุทร นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ประกอบด้วย นายอนันต์ เขียวจันทร์ กรรมการบริหารประชาสัมพันธ์สมาคมฯ นายณรงค์ชัย อุทานัง กรรมการบริหารดูแลฝ่ายการตลาด และนายไพศาล ทองคำ กรรมการบริหาร เดินทาง

8-10 กันยายน 2560 นายวัฒน เริงสมุทร นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ประกอบด้วย นายอนันต์ เขียวจันทร์ กรรมการบริหารประชาสัมพันธ์สมาคมฯ นายณรงค์ชัย อุทานัง กรรมการบริหารดูแลฝ่ายการตลาด และนายไพศาล ทองคำ กรรมการบริหาร เดินทางร่วมงาน China (Guangdong) International Tourism Industry Expo (CITIE) 2017 ซึ่งจัดขึ้น ณ ศูนย์ประชุม China Import and Export Fair Complex, Zone A, Hall 1.2 นครกว่างโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน
 
กวางโจว เป็นเมืองเอกของมณฑลกวางตุ้ง เป็นเมืองใหญ่สุดทางภาคใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นมณฑลซึ่งเป็นที่ตั้งของเขตเศรษฐกิจพิเศษทั้ง 3 แห่งของจีน คือ เซินเจิ้น จูไห่ และ ซัวเถา
เมืองกว่างโจวตั้งอยู่ปากแม่น้ำจูเจียง และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดทางตอนใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน มีความประวัติศาสตร์ ยาวนานกว่า 2,800 ปี เป็นจุดเริ่มของเส้นทางสายไหมทางทะเลในครั้งอดีต และยังเคยเป็นเมืองท่าเสรีแห่งแรกและแห่งเดียวที่เปิดต้อนรับชาวตะวันตกที่เข้ามาติดต่อค้าขาย
 
ในปัจจุบัน กว่างโจวมีบทบาทเป็นเมืองในเขตเศรษฐกิจการค้าที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากที่สุดในภาคใต้ของจีน อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีผลผลิตโดยรวมมากที่สุดด้วย

ซึ่งจัดขึ้น ณ ศูนย์ประชุม China Import and Export Fair Complex, Zone A, Hall 1.2 นครกว่างโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน

 
กวางโจว เป็นเมืองเอกของมณฑลกวางตุ้ง เป็นเมืองใหญ่สุดทางภาคใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นมณฑลซึ่งเป็นที่ตั้งของเขตเศรษฐกิจพิเศษทั้ง 3 แห่งของจีน คือ เซินเจิ้น จูไห่ และ ซัวเถา
เมืองกว่างโจวตั้งอยู่ปากแม่น้ำจูเจียง และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดทางตอนใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน มีความประวัติศาสตร์ ยาวนานกว่า 2,800 ปี เป็นจุดเริ่มของเส้นทางสายไหมทางทะเลในครั้งอดีต และยังเคยเป็นเมืองท่าเสรีแห่งแรกและแห่งเดียวที่เปิดต้อนรับชาวตะวันตกที่เข้ามาติดต่อค้าขาย
 
ในปัจจุบัน กว่างโจวมีบทบาทเป็นเมืองในเขตเศรษฐกิจการค้าที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากที่สุดในภาคใต้ของจีน อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีผลผลิตโดยรวมมากที่สุดด้วย

นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่เดินทางถึงนครกวางโจว

7 กันยายน 2560 นายวัฒน เริงสมุทร นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ประกอบด้วย นายอนันต์ เขียวจันทร์ กรรมการบริหารประชาสัมพันธ์สมาคมฯ นายณรงค์ชัย อุทานัง กรรมการบริหารดูแลฝ่ายการตลาด และนายไพศาล ทองคำ กรรมการบริหาร เดินทางถึงนครกว่างโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อร่วมงาน CITIE 2017 โอกาสเดียวกันนี้คณะได้เข้าเยี่ยม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานกวางโจวด้วย สำหรับ ททท. สำนักงานกว่างโจว ตั้งอยู่ที่บริเวณชั้น 2 ของโรงแรมการ์เด้น กว่างโจว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้เปิดสำนักงาน ททท. กว่างโจวเมื่อปี 2556 เพื่อให้ดูแลพื้นที่ครอบคลุม 5 มณฑล ได้แก่ มณฑลกวางตุ้ง มณฑลไห่หนาน มณฑลฝูเจี้ยน มณฑลหูหนาน และมณฑลเจียงซี ในช่วงแรกที่เปิดสำนักงาน ใช้พื้นที่ที่บริเวณชั้น 12 ของโรงแรมการ์เด้น ต่อมา ได้ย้ายสำนักงานมาอยู่ที่ชั้น 2 ของโรงแรมฯ ซึ่งมีพื้นที่ดำเนินงานกว้างขวางมากขึ้น

จังหวัดกระบี่จัดงานเทศกาลอาหารฮาลาล 2017 ครั้งที่ 1

จังหวัดกระบี่จัดงานเทศกาลอาหารฮาลาล 2017 ครั้งที่ 1 รองรับตลาดฮาลาล อาหารแห่งอนาคต
แถลงข่าวการจัดงานเทศกาลอาหารฮาลาล จังหวัดกระบี่ 2017

วันที่ 7 กันยายน 2560 ณ ห้องประชุมอ่าวลึกชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดกระบี่

จังหวัดกระบี่จัดแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลอาหารฮาลาล จังหวัดกระบี่ 2017 โดยมี นายพินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานเปิดการแถลงข่าว พร้อมด้วย นายสวาสดิ์ เถาว์กลอย กรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย นายสุเมธ ช่างเรือ ที่ปรึกษาการจัดงานฯ และหัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน สื่อมวลชน และผู้ประกอบการโรงแรมในจังหวัดกระบี่

นายพินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า จังหวัดกระบี่กำหนดจัดงานเทศกาลอาหารฮาลาล จังหวัดกระบี่ 2017 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวฮาลาล จังหวัดกระบี่ เพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการฮาลาลในจังหวัดกระบี่ ให้นักท่องเที่ยวได้รับทราบถึงศักยภาพ ความพร้อมของจังหวัดกระบี่ในการรองรับบริการนักท่องเที่ยวมุสลิมที่ประสงค์จะเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดกระบี่ และเพื่อสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงให้แก่ผู้ประกอบการฮาลาลในจังหวัดกระบี่ โดยมุ่งหวังให้กระบี่เป็นจุดมุ่งหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวในระดับสากลประสงค์ที่จะเดินทางมาเยี่ยมเยียน

จากนั้นผู้เข้าร่วมแถลงข่าวร่วมชมลีลาการชาชักสะท้อนวัฒนธรรมจากจังหวัดนราธิวาส ชมการแต่งกายมุสลิม พร้อมเมนูอาหารแนะนำในงาน HALAL เป็นอีกหนึ่งยุทธศาสตร์ที่รองรับนักท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ และเพิ่มตลาดธุรกิจ สินค้าฮาลาลครบวงจร โครงการดังกล่าวกำหนดจัดงานในระหว่างันที่ 13-15 กันยายน 2560 ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดกระบี่ บ้านเลขที่ 9/10 กิจกรรมสำคัญประกอบด้วย 1. พิธีเปิดเทศกาลอาหารฮาลาล จังหวัดกระบี่ 2017 ในวันที่ 13 กันยายน 2560 เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดกระบี่ 9/10
2. การออกร้านแสดงผลิตภัณฑ์พื้นเมือง OTOP ฮาลาล ผลิตภัณฑ์ THE BEST OF KRABI โดย สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดกระบี่ อาหารพื้นเมือง บูธจากโรงแรมฮาลาลในจังหวัดกระบี่ การจัดประกวดอาหาร / การแต่งกายแบบฮาลาล สปาเพื่อสุขภาพ รวมถึงแสดงข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ แหล่งท่องเที่ยว Unseen ของจังหวัดกระบี่ การนำเสนอบริการที่พักและ Package ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

Cr. ข้อมูลจากสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่